บทที่ 8 ภาษา Forex

  บทเรียน Forex

การเรียนภาษาต่างถิ่นเริ่มจากสัญลักษณ์ และ Forex ก็เช่นเดียวกัน

Forex มีภาษาเป็นของตัวเอง เป็นคำศัพท์พิเศษ ถ้าคุณไม่ต้องการขายหน้าต่อหน้า trader คนอื่นๆ คุณควรรู้ภาษา Forex จะมีประโยชน์มาก เช่น pip ไม่ใช่เมล็ดของผลไม้ และ execution ไม่ใช่การเล่นรูเล็ต

ศัพท์พื้นฐาน

  • Currency Pair

หมายถึง สุลเงินหนึ่งเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง ตำอย่างเช่น euro และ us dollar มีคู่สกุลเงิน คือ EUR/USD สกุลเงินแรก คือ EUR เป็น สกุลเงินหลัก (base currency) และสกุลเงินที่สอง คือ USD เป็นสกุลเงินที่ใช้นำไปซื้อเงินสกุลหลัก (quote currency)

  • Exchange Rate

อัตราที่ใช้แลกเปลี่ยนค่าเงินหนึ่งกับอีกค่าเงินหนึ่ง อัตราแลกเปลี่ยนจะแสดงค่าเงินที่คุณต้องการซื้อ 1 หน่วย เช่น EUR/USD = 1.3115 หมายความว่า 1 euro (base currency) เท่ากับ 1.3115 US dollar (quote currency)

เรามาดูกันว่าถ้าเงิน euro อ่อนค่ากว่าเงิน yen เงิน 1 euro สามารถแลกเงินญี่ปุ่นได้ 106.53 yen (EUR/JYP = 106.53) เราอาจรอจนแข็งค่ากว่าเงิน yen ก่อนที่จะแลกเงินและบินไป Tokyo อัตราแลกเปลี่ยนอาจจะเปลี่ยนแปลงใน 2 วันหรือ 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ค่าเงินอาจจะคงตัวได้สักพัก แต่เมื่อไหร่ล่ะ คำว่า เมื่อไหร่ สำคัญกับคุณมาก เมื่อไหร่นั้น ไม่มีใครสามารถตอบได้ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งคุณจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเมื่อคุณเริ่มเทรด Forex ทำไมน่ะหรอ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และถ้าคุณควรจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรซื้อ เมื่อไหร่ควรขาย เพื่อทำกำไร

  • Quote

หมายถึง ราคาตลาดที่ประกอบไปด้วย 2 อย่าง คือ ราคา bid/selling และ ราคา ask/buying (1.23458/1.12347)

  • Ask Price

หมายถึง ราคาเสนอขาย ปรากฏทางด้านขวาของ quote ราคานี้คือราคาที่คุณสามารถซื้อ base currency ตัวอย่างเช่น ถ้า quote ของคู่ EUR/USD คือ 1.1965/67 หมายความว่าคุณสามารถใช้เงิน 1 euro ซื้อเงิน 1.1967 US dollar

  • Bid Price

หมายถึง ราคาที่คุณสามารถขายได้ เช่น ถ้า EUR/USD อยู่ที่ 1.4568/1.4570 ราคาตัวแรกคือ bid price ที่คุณสามารถขายได้ โดยราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ และส่วนต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask คือ spread

  • Spread

หมายถึง ส่วนต่างใน pip ระหว่างราคา Ask และราคา bid โดย spread เป็นอัตราค่าบริการของ broker และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ fixed spread เป็นค่าเดียวกับ pip ระหว่างราคา ask และราคา bid ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด และ variable spread เป็นราคาที่มีความผันผวน อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสภาพคล่องของตลาด

  • Account Currency

หมายถึง สกุลเงินที่คุณเลือกเปิดบัญชีเทรดกับ XM กำไรและขาดทุนทั้งหมดของคุณจะถูกแปลงเป็นเงินสกุลที่คุณเปิดบัญชี ที่ XM คุณสามารถเปิดบัญชีประเททไหนก็ได้ที่คุณพอใจด้วย base currency ที่มีให้เลือกหลากหลาย : USD, EUR, GBP, JPY, CHF, AUD, HUF, PLN, หรือ RUB ถ้าคุณเปิดบัญชี USD แต่คุณโอนเงินเป็น EUR เงินที่คุณโอนจะถูกเปลี่ยนเป็น USD ให้อัตโนมัติที่ราคา inter-bank

  • Pip

หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหน่วยราคาที่เล็กที่สุดของอัตราแลกเปลี่ยน เช่นถ้าคู่สกุลเงิน EUR/USD เปลี่ยนแปลงจาก 1.2550 ไป 1.2551 นั่นคือการเคลื่อนไหว 1 pip หรือถ้าเปลี่ยนแปลงจาก 1.2550 ไป 1.2555 นั่นคือการเคลื่อนไหว 5 pip จากตัวอย่าง pip คือจุดทศนิยมสุดท้าย ทุกคู่สกุลเงินจะมีจุดทศนิยม 4 ตำแหน่ง เงิน yen ของญี่ปุ่นแตกต่างจากสกุลเงินอื่น คือมีจุดทศนิยมเพียง 2 ตำแหน่ง (เช่น USD/JPY = 86.51)

  • Fractional Pip

หมายถึง จุดทศนิยมในอัตราแลกเปลี่ยนมีมากกว่า 4 ตำแหน่ง ในกรณีสุกล yen มีมากกว่า 2 ตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น 1.23456 แทนที่จะเป็น 1.2345 ในกรณีสกุล yen เช่น 123.456 แทนที่จะเป็น 123.45 เราเรียกจุดทศนิยมสุดท้ายในราคาดังกล่าวว่า fraction pip หรือ tenth pip

  • Lot

จำนวนการเทรด Forex เรียก Lot โดย standard lot มี 100,000 หน่วยของ base currency ขณะที่ micro lot มี 1,000 หน่วย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อ standard lot ของ EUR/USD ที่ 1.3125 คุณซื้อ 100,000 Euro และคุณขาย 131,250 US dollar ในทำนองเดียวกัน เมื่อคุณขาย 1 micro lot ของ EUR/USD ที่ 1.3120 คุณขาย 1,000 Euro และ คุณซื้อ 1,312 US dollar

  • Pip Value

แสดงให้เห็นว่า 1 pip มีค่าเท่าไหร่ โดย pip value เปลี่ยนแปลงพร้อมกับการเคลื่อนไหวของตลาด จะดีมากถ้าคอยสังเกตคู่สกุลเงินที่คุณเทรด รวมถึงสังเกตว่าตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างไร ประโยชน์จาก pip  และเห็นการเพิ่ม/การลดในกำไร คุณจะต้องการเทรดจำนวนมากขึ้น สมมติว่าบัญชีของคุณคือเงินสกุล USD และคุณเลือกเทรด 1 standard lot ของ USD/JPY 1 pip worth ต่อ 100,000 มีค่าเท่าไหร่ สูตรการคำนวณคือ จำนวนทั้งหมด x 1 pip = 100,000 x 0.01 pip ใน USDJPY เท่ากับ (1 pip x จำนวน/อัตราแลกเปลี่ยน)

  • Margin

หมายถึง จำนวนเงินทุนขั้นต่ำ ตัวอย่างเช่น ทุกๆ 100 USD ที่คุณเทรด คุณต้องฝากเงิน 101 USD ถ้าคุณซื้อ 1 standard lot (100,000 USD/CHF) คุณสามารถใช้เงินในบัญชีของคุณเพียงแค่ 1% ของจำนวนที่คุณเทรด คือ 1,000 USD แต่คุณสามารถซื้อ 100,000 USD/JPY ด้วยเงินเพียง 1,000 USD ได้อย่างไรล่ะ คุณทำได้ด้วย margin ที่เป็นเหมือนเงินกู้จากโบรคเกอร์ Forex สำหรับเทรดเดอร์ เมื่อคุณทำธุรกรรมใน Forex คุณไม่ต้องซื้อด้วยเงินทั้งหมดในบัญชีเทรด สิ่งที่คุณต้องทำคือคาดเดาอัตราแลกเปลี่ยน อีกนัยหนึ่งคือคุณประมาณการว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นหรือจะลง และคุณทำข้อตกลงกับโบรกเกอร์ว่าคุณจะจ่ายให้เขา หรือเขาจะจ่ายให้คุณ ขึ้นอยู่กับว่าคุณประมาณการอัตราแลกเปลี่ยนได้ถูกต้องหรือไม่ ถ้าคุณจ่าย USD/JPY standard lot คุณไม่จำเป็นต้องฝากเงิน 100,000 USD เต็มจำนวน คุณเพียงแค่ฝากสิ่งที่เรียกว่า margin นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม margin จึงเป็นการเทรดโดยการยืมเงิน อีกนัยหนึ่งคือคุณสามารถเทรดด้วยเงินกู้จากโบรกเกอร์และจำนวนเงินกู้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่คุณฝากเข้า Margin มีข้อดีอีกอย่างคือมันอนุมัติ leverage อย่างที่คุณเห็นในตัวอย่าง เงินฝากขั้นต่ำของคุณเป็นเหมือนหลักประกันสำหรับ leverage จำนวน 100,000 USD กลไกนี้ทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความเสียหายกับโบรคเกอร์ ยิ่งไปกว่านั้นเทรดเดอร์ไม่สามารถใช้การฝากเข้าโดยวิธีชำระเงิน หรือซื้อสกุลเงิน โบรคเกอร์ของคุณต้องการเงินฝากจากคุณ

  • Leverage

หมายถึง โบรคเกอร์ Forex ให้คุณยืนเงินเพื่อคุณจะเทรดได้ lot ใหญ่ขึ้น ขึ้นอยู่กับโบรคเกอร์และความยืดหยุ่น ในเวลาเดียวกัน leverage สามารถเป็น 100:1 200:1 หรือ 500:1 ด้วย leverage ทำให้คุณสามารถใช้ 1,000 USD ในการเทรด 100,000 USD (1,000 × 100) หรือ 200,000 USD (1,000 × 200) หรือ 500,000 USD (1,000 × 500) ฟังแล้วเหมือนจะดี แต่มันจะดีได้ยังไง ในเมื่อการเปิดบัญชีเทรดและได้รับเงินกู้จากโบรคเกอร์ ประการแรกขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีเทรดที่คุณเปิดว่าจะได้ leverage เท่าไหร่ อย่าโลภแต่ก็อย่าอายเช่นกัน leverage สามารถใช้ทำกำไรสูงสุด แต่ก็สามารถทำให้ขาดทุนมากที่สุดเช่นกัน ถ้าคุณโลภเกินไป ประการที่สอง โบรคเกอร์ของคุณจะต้องการ margin ขั้นต้นบนบัญชีของคุณโดยที่คุณฝากเงินเข้าขั้นต่ำที่สุด leverage ทำงานอย่างไร คุณเปิดบัญชีเทรดโดยมี leverage 1:100 คุณต้องการเทรด position มูลค่า 500,000 USD แต่คุณมีเงินแค่ 5,000 USD ในบัญชีของคุณ คุณไม่ต้องกังวลเลยเพราะโบรคเกอร์ของคุณจะให้คุณยืมเงินจำนวน 495,000 USD และคุณฝากเงินเข้าจำนวน 5,000 USD

  • Equity

หมายถึง จำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีเทรดของคุณ รวมกำไรและขาดทุน ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณฝากเข้า 10,000 USD ในบัญชีของคุณ และคุณทำกำไร 3,000 USD ดังนั้น Equity ของคุณจะมีจำนวน 13,000 USD

  • Used Margin

หมายถึง จำนวนเงินที่โบรคเกอร์เก็บจากคุณ คุณสามารถเทรดโดยเปิด position ค้างไว้และไม่ปิดด้วยยอด balnace ติดลบ

  • Free Margin

หมายถึง จำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีเทรดของคุณที่คุณสามารถเปิด position ใหม่ได้ โดย Free margin = Equity – Used Margin หมายความว่าถ้าคุณมี equity 13,000 USD และคุณเปิด position ที่ใช้ 2,000 margin (used margin) คุณจะเหลือเงินแค่ 11,000 USD (free margin) ที่สามารถเปิด position ใหม่ได้

  • Margin Call

คือ ส่วนสำคัญในการจัดการความเสี่ยง ทันทีที่ Equity ของคุณลดลงถึงเปอร์เซ็นของ margin used โบรคเกอร์ Forex ของคุณจะเตือนคุณว่าคุณต้องฝากเงินเข้าถ้าคุณต้องการเก็บ position ไว้ ที่ XM จะเตือนคุณเมื่อถึง 50%

  • Profit/loss Calculation

เรามาเรียนรู้วิธีคำนวณกำไร หรือ ขาดทุนกัน คุณจะได้คู่สกุลเงิน USD/CHF คุณต้องการซื้อ USD และขาย CHF อัตรา quote อยุ่ที่ 1.4525/1.4530
ขั้นที่ 1 : คุณซื้อ 1 standard lot ของ 100,000 หน่วยที่ราคา 1.4530 (ask price) แต่ตอนนั้นราคาย้ายไปที่ 1.4550 คุณจึงตัดสินใจปิด position
ขั้นที่ 2 : คุณเห็น quote ใหม่ของคู่เงิน USD/CHF ที่ 1.4550/1.4555 คุณปิด position ไปแล้ว แต่อย่าลทมว่าคุณซื้อ standard lot เพื่อเข้าเทรด ตอนนี้คุณกำลังขายเพื่อปิดการเทรดของคุณ คุณต้องใช้ bid price ที่ 1.4550
ขั้นที่ 3 : คุณเริ่มคำนวณได้ คุณเห็นอะไร ความแตกต่างระหว่าง 1.4530 และ 1.4550 คือ 0.0020 เท่ากับ 20 pip การคำนวณ คือ 100,000 × 0.0001 = CHF 10 ต่อ pip × 20 pip = CHF 200 หรือ USD 137.46 สิ่งสำคัญหลังจากที่คุณปิด position คุณต้องดู spread เสมอ ใน bid/ask quote เหมือนที่คุณเรียนไปแล้วก่อนหน้านี้ คุณใช้ ask price เมื่อคุณซื้อ และใช้ bid price เมื่อคุณขายสกุลเงิน

  • Position

มันคือการเทรดที่คุณเปิดค้างไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

  • Long Position

เมื่อคุณเข้า long position คุณซื้อ base currency สมมติว่าคุณเลือกคู่สกุลเงิน EUR/USD คุณคาดว่า EUR จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD ดังนั้นคุณจะซื้อ EUR และได้กำไรจากการที่ค่าเงินสูงขึ้น

  • Short Position

เมื่อคุณเข้า shot position คุณซื้อ base currency สมมติว่าคุณเลือกคู่สกุลเงิน EUR/USD คุณคาดว่า EUR จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ USD ดังนั้นคุณจะขาย EUR และได้กำไรจากการที่ค่าเงินต่ำลง

  • Close a Position

เมื่อคุณเข้า Long position หรือเข้าซื้อ และอัตราแลกเปลี่ยนพุ่งสูงขึ้น คุณต้องการได้กำไร สิ่งที่คุณต้องทำคือการปิด position

ประเภท Order

  • Market Order / Entry Order

หมายถึง การสั่งซื้อ หรือ ขาย สกุลเงินในทันที ณ ราคาปัจจุบัน

  • Open Order

หมายถึง การสั่งซื้อ หรือ ขาย เครื่องมือทางการเงิน (เช่น forex หุ้น หรือสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง น้ำมัน ทอง เงิน เป็นต้น) คุณสามารถเปิดค้างไว้จนคุณปิดมัน หรือคุณมีโบรคเกอร์ปิดมันให้คุณ (เช่น การเทรดผ่านโทรศัพท์)

  • Limit Order

หมายถึง การสั่งซื้อ หรือ ขาย ในราคาที่ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน สมมุติว่าคุณเทรด EUR/USD ที่ราคา 1.34 คุณต้องการให้กราฟวิ่งระยะสั้นก่อน (ส่งคำสั่งขายในสกุลเงินคู่นี้) ถ้าราคาไปที่ 1.35 คุณจึงจะส่งคำสั่งที่ราคา 1.35 คำสั่งนี้เรียกว่า limit order ดังนั้นคำสั่งของคุณเมื่อราคาพุ่งไปแตะที่ 1.35 คำสั่ง buy limit order จะเกิดขึ้นเมื่อตั้งราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ขณะที่คำสั่ง sell limit order จะเกิดขึ้นเมื่อตั้งราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน

  • Stop-entry Order

หมายถึง คำสั่งที่คุณ buy สูงกว่าราคาปัจจุบัน หรือคำสั่งที่คุณ sell ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อคุณคิดว่าราคาจะไปต่อในทิศทางเดียวกัน Stop-entry Order เป็นคำสั่งที่ตรงข้ามกับ limit order สมมุติว่า EUR/USD ถูกเทรดที่ราคา 1.34 คุณต้องการซื้อ ถ้าราคาพุ่งได้แตะที่ 1.35 ดังนั้นคุณจึงส่ง Stop-entry Order เพื่อที่จะซื้อในราคา 1.35

  • Take Profit Order (TP)

หมายถึง คำสั่งที่จะปิดการเทรดของคุณทันทีที่ราคาไปแตะในระดับที่คุณได้กำไร

  • Stop-Loss Order (SL)

หมายถึง คำสั่งที่จะปิดการเทรดของคุณทันที่ที่ราคาไปแตะระดับที่คุณขาดทุน ด้วยกลยุทธ์นี้ คุณสามารถลดการสูญเสียและหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินทั้งหมดของคุณ

  • Execution

หมายถึง กระบวนการส่งคำสั่งโดยเสร็จสมบูรณ์ เมื่อคุณส่งคำสั่ง คำสั่งจะถูกส่งไปที่โบรคเกอร์ของคุณ จากนั้นโบรคเกอร์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะส่ง หรือ Reject หรือ Re-quote คำสั่งนั้น ถ้าโบรคเกอร์ส่งคำสั่ง คุณจะได้รับการยืนยันจากโบรคเกอร์ โดยนโยบายของ XM ไม่มีการ Reject และไม่มีการ Re-quote มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งคำสั่งแบบรวดเร็วที่สุด ถ้ามีการส่งคำสั่งล่าช้า อาจเป็นเหตุให้คุณขาดทุนได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมโบรคเกอร์ Forex ควรจะสามารถส่งคำสั่งภายในเวลาต่ำกว่า 1 วินาที เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะตลาด Forex เคลื่อนไหวรวดเร็ว และโบรคเกอร์ Forex มากมายที่ไม่สามารถส่งคำสั่งในเวลาต่ำกว่า 1 วินาทีได้ หรือชะลอการส่งคำสังเพื่อขโมย pip จากคุณ แม้ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวช้า

  • Re-quote

เป็นวิธีการส่งคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม มีโบรคเกอร์บางกลุ่มใช้ Re-quote การ Re-quote เกิดขึ้นเมื่อโบรคเกอร์ไม่ต้องการส่งคำสั่งของคุณในราคาที่คุณเข้า และส่งคำสั่งช้าเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

  • การ Re-quote เกิดขึ้นอย่างไร

คุณตัดสินใจ buy หรือ sell คู่สกุลเงินที่ราคาหนึ่ง
คุณกดปุ่มส่งคำสั่ง
โบรคเกอร์ได้รับคำสั่ง
คุณได้รับการเตือนRe-quoteในplatformเทรดที่คุณใช้อยู่
คุณสามารถยกเลิกหรือยอมรับราคาที่คุณไม่ได้เลือก

  • คุณสามารหลีกเลี่ยงการ Re-quote ได้อย่างไร

เลือกโบรคเกอร์ Forex ที่ไม่มีนโยบาย Re-quote
ใช้ limit order เพื่อแจ้งโบรคเกอร์ล่วงหน้าว่าคุณเปิด Order ในราคาที่คุณเลือกหรือราคาที่ดีกว่าเท่านั้น

ตอนนี้คุณได้เรียนรู้ขั้นแรกในโลก Forex และสิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้คุณรู้คำศัพท์พื้นฐาน Forex ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเปิดบัญชี demo และเริ่มฝึกด้วยเงินจำลอง ก่อนที่คุณจะทำอย่างนั้น คุณต้องตัดสินใจสิ่งสำคัญสองประการ คือ คุณต้องเลือกโบรคเกอร์และ platform เทรด