ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ประวัติโดยย่อ


 

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนชาวไทย ผู้เผยแพร่การลงทุนแบบ VI หรือ Value Investing หรือในภาษาไทยแปลว่า “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” เป็นคนแรกของประเทศไทย ครอบครัวของเขาเป็นชาวจีนกวางตุ้งที่เดินทางมาประเทศไทย อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ย่านตรอกจันทร์ เขตยานนาวา เขามีพี่น้อง 3 คน โดยมีตัวเขาเป็นน้องคนสุดท้อง เกิดวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2496 มีบิดาเป็นช่างไม้ มีชีวิตเรียกได้ว่าขัดสน โดยในบรรดาพี่น้องมีเขาคนเดียวที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในโรงเรียนวัดดอนจนกระทั่งถึง ป.7 แล้วเรียนต่อในโรงเรียนวัดสุทธิวรารามจนถึง ม.3 และเรียนต่อมัธยมปลายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปี พ.ศ. 2515 และเรียนต่อปริญญาตรีคณะวิศกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท MBA ที่ สถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ (NIDA) สาขาการตลาด และเรียนจบปริญาเอกจากมหาวิทยาลัย Mississippi สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2529 – 2530

การลงทุนครั้งแรกของเขาเริ่มในปี พ.ศ. 2539 โดยใช้การลงทุนแบบ VI ซึ่งอาจเป็นคนแรกของประเทศไทยในช่วงเวลานั้นที่รู้จักการลงทุนเช่นนี้และในช่วงปี 40 ช่วงวิกฤตเศรฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งค่าเงินบาทตกลงอย่างหนักส่งผลให้บริษัทจำนวนมากล้มละลายและกระทบถึงตลาดหุ้นทำให้ราคาตกลงเกินกว่าครึ่ง ดร.นิเวศน์ ใช้เงินเก็บสะสมตลอดชีวิตเป็นจำนวนกว่า 10 ล้านบาท เลือกซื้อหุ้นคุณภาพดีจากจำนวนหุ้นมากมายในตลาด ในราคาถูกกว่าปกติเกือบครึ่งเท่าแล้วใช้เวลาต่อมาอีก 10 ปี ทำกำไรจากต้นทุน 10 ล้านบาท ขึ้นมาถึง 1 พันล้านบาท

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ยังได้ถูกขนานนามในวงการตลาดหุ้นไทยว่า “วอเรน บัฟเฟต” แห่งประเทศไทย เพราะลงทุนโดนใช้แนวทาง VI ทำกำไรมาโดยตลอดและเป็นบุคคลที่เผยแพร่หลักการลงทุนแบบ VI คนแรกของประเทศไทยแล้วยังได้เขียนหนังสือด้านการลงทุนชื่อดังชื่อว่า “ตีแตก” ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนักลงทุน VI ระดับปรมาจารย์มากมายภายหลัง โดยมีคำกล่าวจากเขาว่า “เขารักการลงทุนมากมันคือชีวิตของเขาและเขาจะไม่สนใจการลงทุนอย่างอื่นเลยเพราะไม่มีเส้นทางใดๆ จะตอบโจทย์ของเขาเท่าเส้นทางนี้” 1

 

ชีวิตวัยเรียน


 

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในวัยเด็กอายุราว 8 – 9 ขวบ ได้มีประสบการณ์การค้าขายขนมเล็กๆ น้อยๆ ค้าขายโดยการซื้อขนมราคา 7 บาทมาแบ่งขายต่อเพื่อนๆ ในราคา 12 บาท แล้วนำเงินส่วนต่างกำไรซื้อขนมในราคาที่สูงขึ้นแล้วนำกลับมาขายต่อในราคาที่สูงขึ้นอีกครั้ง ฉายแววนักลงทุนตั้งแต่ยังเยาว์วัย ชีวิตในชั้นระดับมัธยมและในรั้วมหาวิทยาลัย ดร.นิเวศน์ เป็นทั้งนักศึกษาชั้นดีและเป็นนักกิจกรรมที่ยอดเยี่ยม โดยช่วงชีวิตสมัยมัธยมเขาได้ลงมือทำสิ่งต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความก็ถึงระดับได้รับคัดเลือกตีพิมพ์ลงหนังสือเดลินิวส์ และทำธุรกิจขนาดเล็กอย่างการเพาะเห็ดฟาง เลี้ยงกุ้ง สอนพิเศษคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ประสบการณ์ที่เขาพบเจอทั้งการประสบความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ และการล้มเหลวอีกมากมายทำให้เขาเรียนรู้สิ่งหนึ่งคือการจะทำธุรกิจได้ การมีประสบการณ์เป็นสิ่งจำเป็น2

ภายหลังเขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัย เขาได้ทำงานที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลา 2 ปี แล้วกลับมาเรียนต่อปริญญาโท MBA ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ (NIDA) สาขาการตลาด เมื่อเรียนจบเขาก็ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัย Mississippi จากการชักชวนของเพื่อนสนิท ดร.ไพรบูลย์ เสรีวิวัฒนา และเรียนจบปริญญาเอกในปี พ.ศ. 2529 – 2530 3

 

เส้นทางการลงทุน


 

ดร.นิเวศน์ เริ่มเข้าวงการการลงทุนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529 – 2530 ในระหว่างยังทำงานประจำในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นวธนกิจ โดยในช่วงแรกของการลงทุนเขานั้นไม่มีทักษะด้านการลงทุนอย่างปัจจุบัน สิ่งที่เขาใช้ในการเล่นหุ้นคือการเก็งกำไร ซื้อมาขายไป ก่อนจะเริ่มสนใจศึกษาแนวทาง “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” จากการตกตะกอนความรู้จากหนังสือหลากหลายเล่มที่เขาศึกษามาโดยเฉพาะหนังสือ “The Intelligent Investor” เขียนโดย เบนจามิน เกรแฮม 4

ช่วงเวลา 10 ปีแรก ที่เขาเริ่มการลงทุนในหุ้นเขาได้ซื้อหุ้นจองหรือ IPO โดยเน้นเฉพาะบริษัทผู้รับประกันจำหน่ายในระดับ 100 หุ้นเท่านั้น และต่อมาจึงค่อยริเริ่มซื้อขายหุ้นโดยซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาที่เข้าทำงานในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ด้านวานิชธนกิจหรือ IB หรือที่ปรึกษาด้านการระดมเงินแก่บริษัทจดทะเบียนและรับประกันจัดจำหน่ายหุ้นและยังลงทุนหุ้นในบริษัทนี้ที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ป็อปเทรด” แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวเขายังเน้นการลงทุนแบบเก่าคือการ “เก็งกำไร” เพราะกลัวความเสี่ยงทำให้มูลค่าของหุ้นเขาไม่เคยเพิ่มหรือลดเลยแม้ว่าตลาดหุ้นจะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล5

ต่อมาในช่วงปี 40 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ค่าเงินบาทตกลงอย่างหนักส่งผลให้บริษัทจำนวนมากล้มละลายกระทบถึงตลาดหุ้นตกลงเกินกว่าครึ่ง แต่สำหรับดร.นิเวศน์ เขารู้สึกว่าเป็นโอกาสในช่วงวิกฤต โดยการใช้เงินเก็บทั้งหมด “10 ล้านบาท”  ลงทุนในหุ้นบริษัทคุณภาพยอดเยี่ยมและมีราคาหุ้นถูกมาก P/E มีมูลค่าไม่ถึง 10 เท่า ปันผลอย่างน้อย 5% ต่อปี บางบริษัทสูงถึง 10% ทั้งหมดโดยพอร์ตตั้งต้น 10 ล้านบาทของดร.นิเวศน์ ซึ่งมาในปี พ.ศ. 2540 ให้ผลตอบแทนสูงเกือบ 13% และยังคงปรับขึ้นตลอดในระยะเวลาเพียง 10 ปี พอร์ตหุ้นจากมูลค่า 10 ล้านบาท ทะยานไปถึง 1 พันล้านบาท 6

 

แนวคิดการลงทุน


 

ดร.นิเวศน์ กล่าวไว้ว่า การลงทันต้องใช้ประสบการณ์และทักษะที่เหมาะสม การกระจายการลงทุนมากเกินถ้าต้นทุนไม่สูงการทำผลกำไรให้โดดเด่นคงเป็นไปได้ยากและเสี่ยงต่อการดูแลไม่ทั่วถึง เขาแนะนำว่าควรลงทุนเท่าที่ดูแลไหว และเขายังอธิบายอีกว่าลงทุนแบบ VI หุ้นไม่ควรขาดทุนมากเกินไปโดยให้เหตุผลคือการถือหุ้นระยะยาวควรเน้นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดี เจ้าของหุ้นจะได้ไม่ลำบาก เขายังเตือนไว้ว่าเกิดไม่ได้เป็นดังที่กล่าวไว้ก็แปล่วาการเลือกหุ้นอาจผิดพลาด แนะนำให้ขายออกจากพอร์ต

การเลือกหุ้นของดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เขาใช้หลักเกณฑ์ส่วนตัวเขาคือ รายได้จากหุ้นไม่ลดลง กำไรไม่ลดลง ไม่มีหนี้ ความเสี่ยงจากความต้องการสินค้าน้อยลงหรือน้อยมากๆ ที่สำคัญคือราคาถูกและจ่ายเงินปันผลสูง และมีความโดดเด่นเป็นพิเศษไม่เหมือนหุ้นตัวอื่นๆ ถ้าสามารถคัดกรองได้ความเสี่ยงที่อาจได้รับก็จะต่ำ ได้เงินปันผลสูง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาเศรษฐกิจตกต่ำหรือฟื้นตัวก็ไม่เดือดร้อน 7 เช่น หุ้น SSC หรือ บริษัท เสริมสุข จํากัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทที่มีความแข็งแรงในตลาดและดร.นิเวศน์ ได้มีโอกาสซื้อมาในราคาถูกเพราะวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทนี้ไม่มีหนี้สินและคืนทุนได้เร็วโดยไม่เกิน 3 – 4 ปี ก็คืนทุนได้และยังไม่นับราคาที่จะกลับมาเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวเรียกว่ามี “ส่วนเผื่อความปลอดภัย” (Margin of Safety) สูงมากแปลว่าเป็นการซื้อหุ้นที่ดีได้ในราคาที่ถูก

และหุ้น TPF บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)  บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่สำเร็จรูปตรามาม่าที่มีการการันตีว่าสามารถทำเงินได้ตลอดแม้ว่าในเวลาที่เศรษฐกิจแย่ เมื่อดูกำไรย้อนหลัง 5 ปีกลับไปก็ยังคงมีกำไรปันผลมาตลอดและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหนี้ ถือเงินสดเหลือเยอะ และการที่ราคาหุ้นตกลงจาก 100 บาทเหลือเพียง 50 บาท ส่วนต่างนี้แสดงให้เห็นว่ามี Margin of Safety สูงอีกตัวหนึ่ง เงินปันผลดีกำไร 20 บาทต่อหุ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทแข็งแกร่งและล้มได้ยากมาก

โดยสรุปแล้วสถิติอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจากพอร์ตของดร.นิเวศน์ เริ่มที่ปี พ.ศ. 2529 จนถึงปี พ.ศ. 2553 เฉลี่ย 24 ปี ได้รับผลอัตราตอบแทนถึง 46.5% ต่อปี ขณะที่ในตลาดหลักทรัพย์ได้ถึง 10.9% ต่อปี 8

ลักษณะหุ้นที่เคยลงทุน


 

หุ้นที่ดร.นิเวศน์ เหมวชิวรากร เคยลงทุนและยังคงลงทุนในปัจจุบัน มีดังนี้

BAFS, EASTW, METCO, QH, TCAP, IRC, CPALL, IT, CMO, JMART, AS, AMARIN, BCP, BCPG, CENTEL, CHUO, HMPRO, IRC, KTC, MATI, MBK, METCO, PR, RAM, SE-ED, SSC, STANLY, SVOA, TMD, WACOAL, WG 9

 

หนังสือและงานแปล


 

  1. ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พ.ศ. 2551
  2. คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก : The Magic of Thinking Big :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ กุมภาพันธ์ 2560
  3. เซียนหุ้นมือทอง :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พ.ศ. 2546
  4. รวยด้วยหุ้น แบบฉบับ ดร.นิเวศน์ :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่
  5. เหนือกว่าวอลสตรีท : One Up On Wall Street :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พ.ศ. 2555
  6. เทคนิคพิชิตหุ้น :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พฤษภาคม พ.ศ. 2548
  7. แก่นแท้ของบัฟเฟตต์ : The Essential Buffett :  ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พ.ศ. 2556
  8. คิดให้ใหญ่ ทำให้ได้ : Always Think Big : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พฤษภาคม พ.ศ. 2549
  9. หุ้นสามัญกับกำไรที่ไม่สามัญ : Common Stocks & Uncommon Profits & Other Writings : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ มกราคม พ.ศ. 2557
  10. ชนะอย่างเต่า : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ ตุลาคม พ.ศ. 2560
  11. รวยหุ้นอย่างพอเพียง : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พ.ศ. 2550
  12. เล่นหุ้นในภาวะวิกฤติ : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ สิงหาคม พ.ศ. 2552
  13. ลงทุนเพื่อชีวิต ด้วยหุ้น :  ตีพิมพ์ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550
  14. รวยหุ้นอย่างพอเพียง : ตีพิมพ์ 11 เมษายน พ.ศ. 2550

  15. เล่นหุ้นปีทอง : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ ปี พ.ศ. 2553

  16. Super Stock : มหัศจรรย์ของหุ้น VI : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่  พ.ศ. 2554
  17. เล่นหุ้นตามเซียน : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ พ.ศ. 2555
  18. ลงทุนหุ้นอย่างสบายใจ : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ มีนาคม พ.ศ. 2556
  19. ก้าวเล็กๆ ในตลาดหุ้น ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ ตุลาคม พ.ศ. 2556
  20. ธรรมะกับการลงทุน  (รู้เขา รู้เรา เล่นหุ้น 100 ครั้ง ชนะ 70 ครั้ง)  : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ มีนาคม พ.ศ. 2557

  21. ลงทุนอย่างดร.นิเวศน์ : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ กันยายน พ.ศ. 2554

  22. เคล็ดลับเซียนหุ้นพันธุ์แท้ : ตีพิมพ์ ไม่ทราบวันที่ กันยายน พ.ศ. 2559

     

เว็บไซต์


 

  1. https://portal.settrade.com/blog
  2. http://www.thaivi.org/

อ้างอิง

Show 9 Footnotes

  1. ต้นแบบวีไอไทย (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรู้จักประวัติ ดร.นิเวศน์ เท่านั้นนะครับ),โดย:Club VI.COM,ที่มา:http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2012/04/I11951956/I11951956.html, ค้นหาวันที่ 6 มีนาคม 2019, footnote
  2. ตามรอยวิถีเซียนลงทุน: การลงทุนแบบเซียน VI ของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร (1),โดย:ดร.กฤษฎา เสกตระกูล,ที่มา: https://www.set.or.th/set/education/knowledgedetail.do?contentId=687,สืบค้นวันที่ 8 มีนาคม 2019, footnote
  3. ต้นแบบวีไอไทย (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรู้จักประวัติ ดร.นิเวศน์ เท่านั้นนะครับ),โดย: Club VI.COM,ที่มา: http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2012/04/I11951956/I11951956.html,ค้นหาวันที่ 6 มีนาคม 2019, footnote
  4. รู้จักผู้เป็นสุดยอด ปรมาจารย์ด้านการลงทุน ของโลก,โดย:Admin Website:moneyhub.in.th,ที่มา:https://moneyhub.in.th/article/benjamin-graham-the-intelligent-investor/,สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2019, footnote
  5. 30 ปีในตลาดหุ้น โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร,โดย: Dr.Niwes Hemvachiravarakorn,ที่มา: https://www.finnomena.com/dr-niwes/30-years-in-stock-market/,สืบค้นวันที่ 7 มีนาคม 2562, footnote
  6. ต้นแบบวีไอไทย (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรู้จักประวัติ ดร.นิเวศน์ เท่านั้นนะครับ), โดย: Club VI.COM, ที่มา: http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2012/04/I11951956/I11951956.html,ค้นหาวันที่ 6 มีนาคม 2019, footnote
  7. ตามรอยวิถีเซียนลงทุน: การลงทุนแบบเซียน VI ของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร (1),โดย:ดร.กฤษฎา เสกตระกูล,ที่มา: https://www.set.or.th/set/education/knowledgedetail.do?contentId=687,สืบค้นวันที่ 8 มีนาคม 2019, footnote
  8. ตามรอยวิถีเซียนลงทุน : การลงทุนแบบเซียน VI ของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร (2),โดย:ดร.กฤษฎา เสกตระกูล,ที่มา: https://www.set.or.th/dat/vdoArticle/attachFile/AttachFile_1429788391274.pdf,สืบค้นวันที่ 8 มีนาคม 2019, footnote
  9. หุ้นทุกตัวที่ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เคยถือ,โดย:ลงทุนศาตร์,ที่มา:https://bit.ly/2J0PEj2,สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2019, footnote